กว่าจะเป็นนวนิยายที่รุ่งเรือง ไม่ใช่เรื่องง่าย

กว่าจะเป็นนวนิยายที่รุ่งเรือง ไม่ใช่เรื่องง่าย

หลายคนคงคิดว่าการอ่านเพิ่มเริ่มต้นมาในยุคสมัยนี้ ไม่ก็ย้อนหลังไปไม่เกิน 100 ปี แต่ความจริงก็คือ ประวัติศาสตร์การอ่านนั้นมีมายาวนานมาก แรกเริ่มที่นักประวัติศาสตร์สามารถหาหลักฐานได้ก็ตั้งแต่ที่มนุษย์เริ่มมีการใช้เสียงพูดกัน การจดบันทึกและการอ่านก็เริ่มขึ้นไปโดยปริยาย ว่าแต่จะมีความเป็นมาอย่างไรนั้น เรามาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันเลย

คำว่า “นวนิยาย” หรือ “Novel” เริ่มผุดขึ้นมาสมัยกรีกโบราณ ซึ่งรากศัพท์ของคำนี้มาจากภาษาอิตาเลียนคำว่า “โนเวลลา” ซึ่งเป็นพหูจน์ของภาษาละติน “Novelus” คำว่าโนเวลลา หมายถึงการเล่าเรื่องประเภทใดก็ได้ที่มีลักษณะเป็นร้อยแก้ว แต่ข้อแม้ก็คือต้องมากกว่าเรื่องสั้น ซึ่งมีฉาก เหตุการณ์ และตัวละครน้อย สมัยก่อนแถบประเทศตะวันตกอย่างยุโรป นวนิยายรู้จักกันในชื่อของ “โรมัน” ซึ่งมีความสอดคล้องกับคำว่า “โรมานซ์” หมายถึงการเล่าเรื่องอีกเช่นกัน

Giovanni-Boccacio

ข้ามฝั่งมาทางประเทศอิตาลีก่อนยุคกลาง โนเวลลาถูกใช้ในความหมายของข่าวสาร พอขยับเคลื่อนเข้ามาในศตวรรษที่ 14-15 การเขียนนวนิยายถูกยกความสำคัญขึ้นมา มีนักเขียนชื่อดังถือกำเนิดขึ้นมากมายในอิตาลี เช่น Giovanni Boccacio ,Franco Sacchetti, Matteo Bandello เป็นต้น ซึ่งผลงานส่วนใหญ่ที่นักเขียนในยุคกลางได้สร้างสรรค์ขึ้นมา จะอยู่ในรูปแบบของนิทาน แต่ฝั่งอังกฤษก็ไม่น้อยหน้า เพราะนักเขียนหนุ่มไฟแรงก็ได้ถือกำเนิดอีกเช่นกัน นั่นก็คือ Geoffery Chaucer ผลงานของเขาที่สำคัญที่ออกมาจนทำให้ชาวอังกฤษหลงใหลในตัวเขาคือ The Cantercury Tales เป็นนิทานที่สอดแทรกแนวคิดในสมัยนั้น

งานเขียนเริ่มมีการพัฒนามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งในศตวรรษที่ 19 ที่นวนิยายถูกรู้จักกันดีในชื่อของ “โนเวลเล็ตต์” แต่คนส่วนใหญ่มักจะเรียกชื่อตามภาษาฝรั่งเศสว่า “Nouvelle” ซึ่งคำจำกัดความก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากเดิมที่มีกฎเกณฑ์เยอะมาก กลายเป็นสามารถผ่อนผันได้ ไม่ต้องใช้สำนวนที่มีความสละสลวยมากมาย มีความเข้าใจง่าย พร้อมทั้งมีการใช้มุขตลอกขบขันเพิ่มเข้าไปในเรื่อง ในสมัยนั้นนวนิยายมักจะมีไม่เกิน 20,000 คำ ความนิยมของงานเขียนรูปแบบนี้เริ่มกระจายไปยังทวีปอเมริกา

Henry James คือหนึ่งในนักเขียนที่รุ่งเรืองสุด ๆ ในยุคนั้น โดยผลงานของเขาคือ ต้นแบบนิยายของโลก ที่เรายึดโครงสร้างและหลักการมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเขาได้นิยามคำจำกัดความของนวนิยายไปรวมกับวรรณกรรมอีกด้วย ทำให้นวนิยายกลายเป็นศิลปะการอ่านขั้นสูงในยุคปลายศตวรรษที่ 19 แสดงถึงความมโหฬาร ยิ่งใหญ่ แต่มีความยืดหยุ่นอยู่ในตัว อย่างไรก็ตามความนิยมของนวนิยายยังมีไม่เสื่อมคลาย ผู้คนยังหลงใหลในงานเขียน จนทำให้ปัจจุบันอุตสาหกรรมงานเขียนนวนิยายสามารถสร้างรายได้ ได้อย่างมหาศาล

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *